moviestom.com=> บทความ


บทความ

วิธีบูชาพระเครื่อง และวัตถุมงคล ให้เกิดพุทธคุณ



วิธีบูชาพระให้เกิดพุทธคุณ

เคยสงสัยหรือไม่ ทำไมบางคนบูชาพระแล้วเกิดผลดี บางคนบูชาแล้วก็ไม่เกิดผลใดๆ ???

** ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกที่เกิดขึ้นล้วนมีเหตุ มีผล มีเงื่อนไข จึงจะปรากฏ!!

สำหรับการบูชาพระเครื่องให้เกิดผลดีและให้พุทธคุณแก่ผู้บูชา สรุป เป็นข้อได้ดังนี้ครับ

- รักษาศีลห้า  พยายามรักษาทุกขณะจิต  ศีลข้อไหนเคยทำผิดพลาดไปแล้วในอดีต ก็แล้วกันไปไม่ต้องเก็บมาคิด เพราะมันแก้ไขไม่ได้แล้ว ให้พยายามรักษาศีลทุกๆปัจจุบันขณะ โดยตั้งใจว่าจะพยายามไม่ให้ผิดศีลซ้ำอีก ถ้าพลาดอีกก็ให้อภัยตนเองและพยายามใหม่อีกครั้ง

- ให้ทาน การให้ทานคือการสละสิ่งของที่ตนมีมากแบ่งปันให้ผู้อื่น การให้ทานไม่จำเป็นต้องให้ด้วยเงิน อาจจะเป็นการช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนก็ได้

- การละอายต่อความชั่วเกรงกลัวต่อบาป   พยายามไม่เบียดเบียนผู้อื่น

- กรรมเก่าและกรรมใหม่  กรรม = การกระทำทั้งดีและชั่ว หากเราเคยทำกรรมในอดีตชาติ จะดีก็ตาม จะชั่วก็ตาม กรรมนั้นจะค่อยๆมาให้ผลและปรุงแต่งให้เราพบเจอเรื่องราวต่างๆ ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง อุปสรรคต่างๆ ความสะดวกต่างๆ ในชาตินี้

แต่กรรมเก่าเราแก้ไขไม่ได้  ในขณะที่กรรมใหม่ในปัจจุบันเราสามารถสร้างขึ้นมาได้ จะดีก็ตาม จะชั่วก็ตาม กรรมใหม่มีผลในชาติปัจจุบันแน่นนอน

มันจะเชื่อมโยงกับ 3 ข้อข้างบน และให้ผลเป็นกระแสที่เชื่อมโยงกับพุทธคุณขององค์พระหนุนนำเป็นเรื่องราวต่างๆที่ช่วยเหลือเราให้มีความมั่นคงทางการงานและการเงินและความสะดวกในการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น  

(นี้เป็นเทคนิคที่หลายๆคนมองข้ามไป เป็นวิธีที่เรียบง่าย ทำยาก แต่ได้ผลจริง!!!)

ข้อปฏิบัติควรทำให้สม่ำเสมอต่อเนื่อง โดยไม่คาดหวังผลตอบแทนใดๆ แล้วคอยสังเกตผลลัพธ์

สำหรับผู้ที่บูชาพระขุนแผนผงพรายกุมารของหลวงปู่ทิม

ในองค์พระมีดวงจิตของภูตพรายกุมารอยู่ ถ้าเราสำเร็จสิ่งใดๆก็อย่าลืมนึกถึงดวงจิตเหล่านั้น และแผ่บุญกุศลตามโอกาสที่เราสะดวกครับ




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2020-07-23 20:55:31




รับทำเว็บไซต์ พระเครื่อง ราคา 4500 บาท สำหรับลงประกาศพระเครื่องออนไลน์

รับทำเว็บไซต์ พระเครื่อง ราคา 4500 บาท สำหรับลงประกาศพระเครื่องออนไลน์









รับทำเว็บไซต์ พระเครื่อง ราคา 4500 บาท สำหรับลงประกาศพระเครื่องออนไลน์ เป็นเว็บไซต์พระเครื่องที่ใช้งานได้ง่ายๆด้วยตัวของคุณเอง โดยคุณสามารถอัพโหลดรูปภาพพระเครื่องต่างๆได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ทำให้คุณสามารถลงประกาศพระเครื่องได้อย่างไม่จำกัดเวลา ซึ่งเป็นเว็บไซต์ส่วนตัวทำให้มีความน่าเชื่อถือและโอกาสที่จะปล่อยบูชาพระนั้นง่ายยิ่งขึ้น

เว็บไซต์ที่เราสร้างนั้นมีโครงสร้างของหน้าเว็บที่ไม่ซับซ้อน สามารถรองรับผู้เข้าชมจำนวนมากได้อย่างอิสระ ผู้ที่เยี่ยมชมเว็บไซต์พระเครื่องของเรานั้นสามารถโทรมาติดต่อสอบถามเพื่อเช่าพระได้ง่าย เนื่องจากมีเบอร์โทรและ Line ID แสดงไว้แล้วชัดเจน



การแบ่งหมวดหมู่ของพระเครื่องทำให้ลูกค้าสามารถค้นหาและเข้าถึงข้อมูลและรูปภาพของพระเครื่องได้ง่าย ซึ่งเว็บไซต์ของเรามุ่งเน้นให้ตอบโจทย์ลูกค้าและผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์มากที่สุด

ระบบเว็บไซต์ยังรองรับการค้นหาของ Google โดยที่คุณสามารถเขียนบทความบรรยายเกี่ยวพระเครื่องและมีโอกาสติดหน้าค้นหาได้มากกว่า เพราะการติดหน้าค้นของของ google นั้นมีผลมากต่อการปล่อยบูชาพระ ยิ่งติดหน้า 1 - 3 ก็ย่อมทำให้ลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมเว็บได้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน

สำหรับท่านใดที่มีพระเครื่องมาก แล้วต้องการปล่อยบูชาพระเครื่องออนไลน์แต่ก็ยังไม่มีเว็บไซต์เป็นของตนเอง คุณก็สามารถติดต่อสอบถามเพื่อทำเว็บไซต์พระเครื่องกับเราได้ตามเบอร์โทรที่ปรากฎอยู่บนหน้าเว็บไซต์แห่งนี้








 



ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-10-27 16:31:03




สำหรับผู้ที่ต้องการสอบถามพระแท้ โดยถามว่าพระของผมแท้ไหม ไม่มั่นใจช่วยดูให้หน่อย




สำหรับผู้ที่ต้องการสอบถามพระแท้ โดยถามว่าพระของผมแท้ไหม ไม่มั่นใจช่วยดูให้หน่อย?

นี่คือคำถามยอดฮิตที่หลายๆท่านก็เคยต้องการหาผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับพระเครื่อง - ช่วยฟันธงให้สักหน่อยว่าพระเครื่องของคุณแท้หรือไม่  ซึ่งผมเองก็เจอผู้ที่ชอบส่งพระมาทาง Line แล้วให้ผมช่วยดูและตัดสินใจให้หน่อยว่าพระเครื่องของเขาแท้ทันยุคหรือไม่

และเมื่อมีคนมาถามผมว่า ช่วยดูพระเครื่องให้หน่อยว่าแท้ไหม ผมก็มักจะตอบกลับไปแบบนี้ครับ

**************

คำตอบที่คุณต้องการจากผมในใจลึกๆคือ

ต้องการให้ผมบอกว่าแท้ใช่ไหมครับ

ถ้าผมบอกว่าแท้ คุณก็จะสบายใจ และเชื่อมั่นยิ่งขึ้น
 
*****

แต่ถ้าผมตอบว่า พระของคุณไม่แท้

คุณก็ไม่สบายใจ และพยามหาเหตุผลในใจมาหักล้าง เพื่อเข้าข้างสิ่งที่ตนเองคิด

---------------

อย่างที่บอกไป

พระแท้ อยู่ที่ความชอบและความเชื่อมั่นศรัทธาของตัวเราเองครับ

ต่อให้นำพระแท้มาวางตรงหน้า แต่ถ้าเราไม่ชอบเราก็จะบอกว่านั่นพระเก๊

ต่อให้มีใบเซอร์ที่ได้ผ่านการรับรองจากผู้รู้ แต่เราไม่ชอบพระองค์นั้น เราก็ว่าเก๊ อีกนั่นแหละครับ

สิ่งเหล่านี้เกิดจากประสบการณ์ที่ผมปล่อยบูชาพระมาหลายปี ทำให้เจอผู้เช่าที่หลากหลายในความคิดที่ลังเลสงสัยของพวกเขา

---------

สรุป ไม่ต้องถามใครครับ ถามใจตัวเอง หากศรัทธา ก็ต้องเชื่อมั่นในใจตัวเอง
(พุทธคุณปรากฎแน่แท้สำหรับผู้ที่ศรัทธาตั้งมั่น)
(คนที่ลังเลสงสัย พุทธคุณมักไม่ปรากฎ)

ส่วนจะหาข้อมูลประกอบว่าพระเขาเราสร้างทันท่านไหม ให้ลองไปซื้อหนังสือมาศึกษานะครับ

---------

ส่วนตัวผมไม่ได้รับดูพระเครื่องให้ใครครับ ขออภัยด้วยครับ

---------------


(ผมขอทำนายว่า :: ในอนาคตอันใกล้ คุณก็จะนำพระเครื่องนี้ไปให้คนอื่นๆช่วยดูและฟันธงอีก ว่าพระของคุณแท้ไหม เป็นแบบนี้วนเวียนไปเรื่อยๆ)

(ถ้าคำทำนายเป็นจริง :: แสดงว่าความศรัทธาต่อพระเครื่ององค์นี้ยังไม่เพียงพอ , ยังไม่ตั้งมั่น   เพราะคุณยังสงสัยอยู่ว่าพระเครื่ององค์นี้สรุปแล้วแท้หรือไม่)


***********************

- ถ้าศึกษาให้ลึกลงอีกสักนิด คุณจะเข้าใจว่าความลังเลสังสัยนั่นแหละคือกิเลส ที่ครอบงำจิตให้ไม่บริสุทธิ์ เมื่อจิตไม่บริสุทธิ์แล้ว กระแสพลังงานที่เชื่อมต่อกับพุทธคุณในพระเครื่องจะไม่สามารถส่งถึงกันได้ เป็นผลให้ผู้ที่บูชาพระไม่พบเจอปาฏิหารหรือไม่ปรากฎพุทธคุณทั้งๆที่มีพระแท้อยู่กับมือตัวเองแล้ว

- คนเราชอบเชื่อคนอื่น แต่ไม่เชื่อมั่นในความศรัทธาของตนเอง เมื่อไปถามคนหนึ่งก็บอกอย่างหนึ่ง เมื่อไปถามอีกคนหนึ่งก็บอกอีกอย่างหนึ่ง  หากเขาบอกตรงกับที่เราคิด เราก็ชื่นใจ เราก็สบายใจ แต่หากเค้าบอกตรงกันข้ามกับที่เราคิด เราก็ทุกข์ใจ เราก็ด่าว่าเขาในใจ ทั้งๆที่เราไปขอร้องให้เขาช่วยดูพระเครื่องให้  นี่แหละคือความจริงที่มนุษย์เป็นกันอยู่ตอนนี้  ถ้าไม่แก้ไขด้วยการมีใจศรัทธาที่ตั้งมั่น เคารพการตัดสินใจของตนเอง ก็จะทำให้คุณปล่อยพระแท้ให้คนอื่นไป แล้วคุณกลับไปเช่าพระไม่แท้มาครอบครอง

 



ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-05-21 10:02:09




คาถา ขุนแผน พร้อมแนะนำวิธีใช้ให้ได้ผล รวมพระคาถาที่ใครๆก็ต้องการ

คาถา ขุนแผน พร้อมแนะนำวิธีใช้ให้ได้ผล รวมพระคาถาที่ใครๆก็ต้องการ



ปกติแล้วในประเทศไทยของเรานั้นมีคาถาศักสิทธิ์ต่างๆอยู่มากมาย ซึ่งคาถาแต่ละอย่างนั้นให้ฤทธิ์และให้ผลที่แตกต่างกันออกไป บางคาถาก็บทสั้นๆ บางคาถาก็ร่ายกันยาวๆ ถึงแม้ว่าคาถาบทสั้นที่เรานั้นมั่นใจว่าท่องไม่ผิดแน่นอน แต่เคยสงสัยมั้ยว่า...ทำไมคาถาถึงใช้ไม่ได้ผล

สมัยก่อนนั้นคาถาต่างๆจัดได้ว่าสามารถใช้กันได้อย่างง่ายดายและเห็นผลจริง แต่พอมายุคปัจจุบันทำไมคาถากลับใช้ไม่ได้ผล ทำไมบางคนถึงใช้ได้ผล แล้วอะไรเป็นเหตุปัจจัยให้คาถาใช้ได้ผล

คำตอบ  นั่นก็คือสมาธิ ระหว่างร่ายพระคาถายังไงล่ะ

แต่เราพูดเรื่องของสมาธิ คุณก็อย่างเพิ่งปิดหน้าเว็บนี้แล้วหนีจากไป เพราะกลัวว่าสมาธิเป็นเรื่องที่เข้าถึงยาก  แต่จริงๆการรวบรวมสมาธิไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมง  หากเราฝึกรวมให้ได้เพียงแค่เท่ากับความยาวของพระคาถาที่่ท่องก็พอแล้ว ส่วนใหญ่ไม่เกิน 1 นาที  (ทีนี้พอจะมีกำลังใจในการฝึกสมาธิเพื่อใช้พระคาถากันบ้างหรือยังครับ)




ปัญหาอยู่ที่ว่า จะรู้ได้อย่างไรว่าเรามีสมาธิเพียงพอที่ร่ายพระคาถาให้มีโอกาสใช้ได้ผลจริง

เดี๋ยวผมจะสอนวิธีฝึกให้ครับ วิธีนั้นง่ายๆ แต่ต้องฝึกบ่อยๆ ถึงจะชำนาญ  ซึ่งเป้าหมายที่เราจะฝึกนั้นคือการทำให้จิตมีสมาธิต่อเนื่องนาน 1 นาที

ขั้นตอน ในการฝึกสร้างกำลังสมาธิ

A : เตรียมอุปกรณ์ ผมมี 2แบบ ให้คุณเลือก ระหว่าง น้ำ  กับ ไฟ , หากคุณเลือกไฟ ให้ไปจุดเทียนมา 1 เล่ม และหาคุณเลือกน้ำให้เตรียมน้ำใส่ขันที่เงินหรือภาชนะที่ไม่มีลวดลายที่ก้นขัน

B : ทีนี้เราก็มาฝึกเพ่งกัน เป้าหมายให้คุณจำภาพของธาตุที่คุณเลือกมาให้ได้  โดยการมองแล้วหลับตา จากนั้นกำหนดภาพนั้นให้ปรากฎตอนหลับตา

(ภาพที่ปรากฎ เหมือนตอนคุณหลับตานึกถึงแฟน แล้วเห็นหน้าแฟนนั่นแหละ)




            - กรณีที่คุณเลือกไฟ  การจ้องเปลวไฟมีผลต่อสายตา ไม่ควรจ้องเพ่งนาน ควรมองให้พอจำภาพเปลวไฟที่เทียนได้แล้วจึงหลับตากำหนดภาพ (กรณีเลือกไฟ จะจำภาพได้ง่ายกว่า น้ำ)




            - กรณีที่คุณเลือก น้ำ การจ้องน้ำในขันจะทำให้สบายตา จองนานได้ไม่เป็นไร เมื่อจำภาพได้แล้วให้หลับตาแล้วต้องกำหนดภาพน้ำในขันที่ใสและนิ่งให้ได้ อาจมีคลื่นได้เล็กน้อย (กรณีเลือกน้ำ จะจำภาพได้ยากกว่า ไฟ เพราะความใสของน้ำนั่นเอง )

C : หากหลับตาแล้วภาพเลือนหายให้ลืมตามาดู  แล้วเพ่งเพื่อจดจำ  แล้วหลับตา  ทำสลับแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหลับตาแล้วกำหนดภาพต่อเนื่องได้นานถึง 1 นาที และภาพนั้นต้องแจ่มใสและไม่เลือนหายจากการกำหนด

       ( เริ่มฝึกแรกๆ เมื่อเรากำหนดภาพ และแล้วผ่านไป 1 - 2 วินาที  ภาพจะหายไป โดยที่เราไม่สามารถคงภาพนั้นไว้ได้ ถือว่าเป็นเรื่องปกติ  ฝึกไปเรื่อยๆเดี๋ยวเก่งเอง อย่ายอมแพ้)

       ( ยกเว้นคนที่กำหนดภาพได้นานกว่านี้ เหตุอาจเป็นของเก่าในชาติก่อนๆที่เคยฝึกมา ทำให้มีกำลังจิตพื้นฐานสงบและดีกว่าคนทั่วไป เลยได้เปรียบคนอื่นๆ)    

D : ตรงนี้หากใครทำได้ เป็นเครื่องชี้วัดว่า 1 นาที คุณมีสมาธิในขั้นระดับ อุปจารสมาธิ อย่างแน่นอน (ว่างๆลอง ย่อ - ขยาย ภาพ เล่นๆดูก็ได้นะ)

ซึ่งกำลังสมาธิระดับนี้ เพียงพอต่อการใช้กำลังจิตนั้นเพื่อมาร่ายมนต์คาถาต่างๆให้สำเร็จ

เงื่อนไข : ภาพต้องแจ่มใส เหมือนกับตาเห็น  , ในระหว่าง 1 นาที ที่หลับตา ภาพต้องคงอยู่ห้ามเลือนหาย

E : จริงแล้ว ที่กล่าวมาข้างต้นนั่นก็คือการฝึก กสิน นั่นเอง

F : ผมเชื่อว่า ฝึกทุกวันก่อนนอนประมาณ 1 เดือน คุณจะเห็นความแตกต่างของกำลังสมาธิได้อย่างชัดเจน

G : เมื่อกำลังสมาธิตามเงื่อนไขแล้ว ให้ลองนำกำลังสมาธิไปร่ายพระคาถาได้เลย โดยทุกคำที่คุณเปล่งออกมาจากการร่ายคาถา จะประกอบไปด้วยกำลังสมาธิที่ตั้งมั่นและแน่วแน่จนคาถาใช้งานสำเร็จอย่างอัศจรรย์


หลักการและเหตุผล
เหตุผลที่ว่าทำไมเดิมทีเราไม่สามารถร่ายคาถาได้ เนื่องจากจิตของเราไม่สามารถรวมเป็นหนึ่งเดียว ทำให้จิตกระจายไปทั่วทุกสารทิศ เพียงแค่คุณคิดเรื่องต่างๆ หากลองสังเกตดีๆ จิตเราจะเปลี่ยนความคิดไปมาอย่างรวดเร็ว คิดเรื่องนั้นบ้าง คิดเรื่องนี้บ้าง จึงทำให้เกิดอารมณ์รักบ้าง , เกลียดบ้าง , วุ่นวายใจบ้าง และจิตที่กระจายตัวออกไปคิดเรื่องต่างๆนั้นมันจะส่งผลให้สมาธิของเราไรกำลังนั่นเอง

* สมาธิ บางครั้งก็เปรียบเสมือน (ไฟฟ้า)  ที่ใช้ในการขับเคลื่อน อุปกรณ์ไฟฟ้าให้ทำงาน (พระคาถาต่างๆ)
** เมื่อไฟฟ้าน้อย เครื่องใช้ไฟฟ้าเลยไม่ทำงาน
** เมื่อไฟฟ้าเพียงพอ เครื่องไฟฟ้าย่อมทำงาน


กสิน (แนวทางที่แนะนำไปข้างต้น) จึงเป็นการฝึกให้จิตมากำหนดอยู่ที่เรื่องๆเดียว ณ เวลาปัจจุบันขณะนั้นๆต่อเนื่อง โดยให้จิตไม่คลาดเคลื่อนไปฟุ่งซ่านในเรื่องอื่นๆ  เมื่อจิตไม่กระจายไปคิดฟุ้งซ่าน จิตก็จะเริ่มมารวมตัวกันในภาพที่เรากำหนดและบังคับมันให้คงอยู่แบบนั้น จนทำให้จิตมีความหนาแน่น แน่วแน่  + สภาวะใจจะเป็นกลางและบริสุทธิ์ทันที  จึงทำให้เราสามารถเอาพลังธรรมชาติของจิตขณะนี้ไปร่ายมนต์คาถาหรืออธิฐานจิตต่างๆจนได้ผลดีอย่างแน่นอน


------------------




1. คาถาขุนแผนผงพรายกุมารของหลวงปู่ทิม
อิติสุคโต อะระหัง พุทโธ นะโมพุทธายะ สุนะโมโร  มะอะอุ ทุกขัง อนิจจัง อนัตตา พุทโธ พุทโธ

(คาถานี้โดยรวมแล้วยกคุณของพระุพุทธเจ้ามาคุ้มครอง แล้วกำกับไว้ที่หัวใจของขุนแผน เพื่อให้เกิดพุทธคุณมากมายในด้านเมตตามหานิยม)

ใช้คาถานี้ได้ดีเมื่อแขวนบูชา พระขุนแผน ผงพรายกุมาร ของหลวงปู่ทิม

----------------

ข้อมูลคาถาขุนแผนด้านล่างนี้ คัดลอกมาจากเว็บ
http://www.monsanae.com/webboard/viewtopic/25

----------------




2. คาถาขุนแผน

เอหิมะมะ นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ

(ใช้ท่องกับของใช้ส่วนตัวอะไรก็ได้แล้วจะทำให้มีเสน่ห์เป็นที่หลงไหล)

----------------

3. คาถาบูชาขุนแผน

สุนะโมโร โมโรสุนะ นะมะพะธะ จะพะกะสะ นะมามิหัง

คาถาขุนแผน (หลวงพ่อกวย)

อมสิทธิ ท้าวฟื้นเจริญศรี หน้ากูงามคือพระแมน ณะมะพะทะ

แขนกูงามคือพระนาราย ฉายกูงามคือพระอาทิตย์ ฤทธิกูงามคือพระจัน

สาวในเมืองสวรรค์เห็นหน้ากูอยู่มิได้ กูมาระลึกถึงฝูงหงษ์มาลืมข้ามคูหา

กูมาระลึกถึงมหาเสนา ก็มาลืมแท่นที่นอน กูมาระลึกถึงลูกไก่อ่อน ก็วิ่งตามกูมา

กูมาระลึกถึงสาวใช้ก็มาลืมแม่ กูมาระลึกถึงสาวแก่ก็มาหลงไหล

กูมาระลึกถึงเจ้าทัยเทวีก็มาลืมสวดมนต์ กูมาระลึกถึงฝูงคนก็มารักกูอยู่ทั่วหน้าทั่วชั้นฟ้าและพื้นดิน

เหมือนช้างรักงา ปลารักน้ำ เข้าอยู่ในดง ผมก็ลืมเกล้า ข้าวอยู่ในคอก็ลืมกลืน

ให้สะอื้นคิดถึงตัวกู อยู่ทุกเวลาและราตรี อิติลีกันหาชูชะโกโมกรุณาพุทปราณี ทายินดี

ยะเอ็นดู เอหิกะระนิโย อิติพิโส พะคะวาณะลีติ อิติมานิยม

รวมคาถาขุนแผน คาถาหัวใจขุนแผน ต่างๆมากมาย

----------------


4. คาถาหัวใจขุนแผนรักแท้

*โอมนะโมพุทธายะ พุทธัง สะระติ ธัมมัง สะระติ สังฆัง สะระติจิตตังสะมาเรมะมะเอทิ เอหิชัยยะ เอหิสัพเพชะนา พะหูชะนา เอหิ

(ให้บริกรรมคาถานี้กับลูกอมแล้วอมขณะที่คุยกับคนที่เรารัก จะทำให้เขาคนนั้นเกิดความรักจริงจังขึ้นมา)


----------------


5. คาถาหัวใจขุนแผนมัดใจ

*พุทธัง รัตตะนัง ธัมมัง รัตตะนัง สังฆัง รัตตะนัง นะผูก โมมัด พุทรัด ธารึง ยะกรึงคะเร โอมสวาหะ

(ใช้สวดภาวนาก่อนนอน ทำให้คนรักคิดถึง)

----------------

6. คาถาหัวใจขุนแผนใจอ่อน

*ปัญจะมังสิระสังชาตัง นะอตใจ นะกาโร โหติ สัมภะโวตรีนิกัตวานะ นะ การัง ปัญจะสัมภะวัง
(ใช้ท่องก่อนที่จะพบเจรจากับคนที่เป็นเจ้าหนี้หรือใครก็ตาม จะทำให้ได้รับการผ่อนปรน ใจอ่อนได้ทุกที)


----------------

7. คาถาหัวใจขุนแผนผูกใจคน

* โอมนะโมพุทธะ นะ มะ อะ อุ เอหิชัยยะ เอหิสัพเพชะนา พะหูชะนา เอหิ

(ใช้สวดเมื่อต้องการให้คนทั่วไปรักใคร่ยินดี ใช้เสกกับแป้งหรือน้ำหอมก็ได้)

----------------

8. คาถาหัวใจขุนแผนมหาเสน่ห์

*จันโทอะภกันตะโรปิติ ปิโย เทวะมนุสสานังอิตภิโยปุริ โสมะ อะ อุ อุ มะ อะ อิสวาสุ อิกะวิติ

(ให้ภาวนาคาถานี้ ๓ จบก่อนออกไปพบคน จะทำให้คนที่ต้องไปพบเกิดความรักใคร่)

----------------

9. คาถาหัวใจขุนแผนป้องกันตัว

*ปัญจะมัง สิระสังชาตัง นะกาโร โหติ สัมภะโวพินธุ ทัณฑะ เภทะ อังกุ สิริ นะโมพุทธายะ

(ใช้ท่องภาวนาเป่าใส่มือ แล้วตบมือดังๆ จะทำให้ปลอดภัยจากอันตรายไม่ว่าคนหรือสัตว์)

----------------

10. คาถาขุนแผนป้องกันผี

*นะโมพุทธายะ มะพะ ทะนะ ภะ กะ สะ จะสัพเพทวาปีสาเจวะ อาฬะวะกาทะโยปิยะขัคคัง ตาละปัตตัง ทิสวา สัพเพยักขาปะลายันติ สักกัสสะ วะชิราวุธังเวสสุวัณณัสสะ คะธาวุธังอะฬะวะกัสสะ ทุสาวุธังยะมะนัสสะ นะยะนาวุธังอิเมทิสวา สัพเพยักขา ปะลายันติ

----------------

11. คาถาขุนแผนหนังเหนียว

*สุกิตติมา สุภาจาโร สุสีละวา สุปากะโต อัสสะสิมา วะเจธะโร เกสะ โรวา อะสัมภิโต

(ใช้สวดภาวนาคาถานี้กับน้ำมันทาถูร่างกายจะทำให้อาการฟกช้ำหายเร็ว หรือก่อนออกศึกใดๆ จะทำให้หนังเหนียวไม่บาดเจ็บง่าย)

----------------

12. คาถาขุนแผนข่มศัตรู

*ตะโต โพธิสัตโต ราชะสิงโหวะมหิทธิโกอะระหัง ตะมัตทังปะกาเสนโตราชะสิงโห สัตถาอาหะ นะโมพุทธายะ นะมามิสุคะตังชินัง

(ใช้บริกรรมคาถาเมื่อจะต้องไปเจอศัตรู จะทำให้ศัตรูเกรงกลัว - ท่อง ๓ จบแล้วกระทืบเท้าดังๆ ก่อนออกจากบ้านเหมือนกับพิธีตัดไม้ข่มนาม)

----------------

13. คาถาขุนแผนเสกขี้ผึ้ง

*มทุจิตตัง สุวามุปขังทิตสวานิมามัง ปิยังมะมะเมตตา ชิวหายะมะ ทุรังทะตวาจาจัง สุตทังสุตตะวา

สัพเพชะนาพะ หุชะนาอิตถีชะนาสัมมะนุนะ พรามมะนา นุนะปะสังสันติ

(ใช้ภาวนากับขี้ผึ้งหรือลิปสติก จะทำให้คนรักเชื่อฟัง)

----------------

14. คาถาขุนแผนหมัดหนัก

*โสภะคะวา อะทิสะมานิ อุเทยยัง คัจฉันตัพพังสังลารัง ปะระมัง สุขัง นะลัพภะติมหาสูญโญ จะสัมภะโต สังสาเร อานังคัจฉันติ

(ใช้ภาวนาเมื่อต้องการให้หมัดหนัก ไม่ใช่นักมวยก็ใช้ได้)

----------------

15. คาถาหัวใจขุนแผนสาริกาลิ้นทอง

*พุทธา อะเนนา มะลิยา สุสังคะเยมิ พุทธา อิริมะลิยา สุสังคะเยมิ พุทธา อิรปะโย เคมะคุณนะ ปักเขสะเมมะมิ อุนาโลมา ปันนะ วิชายะเต

----------------




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2018-11-29 12:04:00




ประวัติ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ บ้านค่าย จ.ระยอง โดยสังเขป

ประวัติ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ บ้านค่าย จ.ระยอง โดยสังเขป




หลายๆท่านก็คงได้รู้จักกับพระขุนแผนผงพรายกุมารของหลวงปู่ทิมกันมาบ้างแล้ว ซึ่งพระของท่านได้ความนิยมและเป็นที่กล่าวขานของคนไทยทั่วประเทศในด้านของอิธิฤทธิ์ที่ให้ผลรวดเร็วทันใจ อีกทั้งยังมีเรื่องพรายกุมารที่สถิตอยู่ในองค์พระที่มักจะมาสร้างปาฏิหารให้ผู้ที่บูชาพระขุนแผนได้รับรู้รับเห็นกันอยู่บ่อยครั้ง จัดได้ว่าเป็นพระเครื่องและวัตถุมงคลต่างๆของท่านเป็นที่นิยมและให้พุทธคุณโดดเด่นในด้านเมตตามหานิยมเป็นอย่างมาก

ซึ่งวันนี้เราก็ลองมาศึกษาประวัติของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ บ้านค่าย จ.ระยอง โดยสังเขปกันบ้างดีกว่า



หลวงปู่ทิม เกิดที่ บ้านหัวทุ่งตาบุตร , ตำบลละหาร, อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง  วันที่ 16 มิถุนายน 2422  ปีกระต่าย

ท่านมีชื่อเดิมว่า ทิม  งามศรี  ตอนท่านอายุ 17 บิดาได้ส่งท่านไปเรียนกับหลวงพ่อสิงห์ ตอนอายุ 19 ปีได้กลับมาบ้านและได้รับการบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ ณ วัดธาตุแก้วเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2499

ท่านได้รับ การอุปสมบทจาก พระครูขาว,  อาจารย์สิงห์ และ อาจารย์เกตุ   และได้รับ ชื่อ ทางศาสนาว่า อิสริโก

ท่านก็ได้ ออกธุดงค์ เป็นระยะเวลา 3 ปี หลังจากนั้นท่านได้เดินทาง กลับ มา จังหวัดชลบุรี และ ท่าน ได้ จำพรรษา ที่ วัดนามะตูม เป็นเวลา 2 พรรษา และหลวงปู่ทิมได้ร่ำเรียนวิทยาอาคมจาก โยมรอด โยมเริ่ม และโยมสาย (ในประวัติบอก รอด เริ่ม สาย เป็นฆราวาส  )

นอกจากนั้นท่านยัง ได้ศึกษา กับ หลวงพ่อเฒ่าสังข์ ที่ วัดเก๋งจีน ซึ่งเป็น ลุง  ของท่าน
หลวงปู่ทิม ได้รับ มรดกสืบทอด ตำรา วิชา อาคม จากลุงของท่าน

หลวงปู่ทิม ได้กลับมาเป็น เจ้าอาวาสที่วัดละหารไร่  ซึ่งท่านเป็นผู้ปฏิบัติ ในธรรมอย่างเข้มงวด  เคร่งครัด  และขยันหมั่นเพียร ท่านเป็นที่รู้จักใน ฐานะพระภิกษุสงฆ์ที่ดีมาก และ  ไม่ยึดติดในทรัพย์สินทางโลก ในกุฏิที่ท่านอยู่ มีเพียง หมอน และ เสื่อ  ไม่มีไฟฟ้า และท่านเองก็ใช้ชีวิต ที่เรียบง่าย

ท่าน มรณภาพ  เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2518 โดยใช้เวลา 72 ปีในการสงฆ์

ทุกวันนี้วัดละหารไร่ก็มีลูกศิษย์ลูกหาของท่านทั้งรุ่นใหม่และรุ่นเก่าต่างก็ศรัทธาหลวงปู่ทิมและเดินทางไปเพื่อกราบสักการะเคารพบูชารำลึกถึงคุณของหลวงปู่ทิม ซึ่งท่านเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ อีกทั้งยังเก่งในด้านอภิญญาสมาธิอีกมากมาย ท่านจึงเป็นแบบอย่างของการปฏิบัติสายธรรมะที่ประชาชนรุ่นหลังของนำเป็นแบบอย่าง




 



ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2018-11-19 11:15:33




พระเครื่องหลวงปู่ทิม และการวิเคราะห์ความจริง

พระเครื่องหลวงปู่ทิม และการวิเคราะห์ความจริง



ความจริงเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็จะเป็นอย่างที่มันเป็นนั่นแหละ 
และไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ความคิด - ความเห็น ของใคร

แม้เขาจะเห็นว่าจริง  มันก็จริง (ตามความเป็นจริง)
แม้เขาจะเห็นว่ามันไม่จริง  มันก็จริง (ตามความเป็นจริง)

ก็เพราะความจริงที่เกิดขึ้นแล้วมันไม่เปลี่ยนนั่นเอง

ยกตัวอย่าง เช่น ตอนนี้เป็นเวลากลางวัน  
มีคนกลุ่มหนึ่งเห็นว่า นี่คือตอนกลางคืน
และในขณะเดียวกัน คนอีกกลุ่มหนึ่งก็เห็นว่า นี่คืนกลางวัน

แม้คนทั้งสองกลุ่มจะเห็นต่างกันออกไป  ความจริงนั้นก็ไม่เปลี่ยน

ไม่ว่าจะมีความเห็นถูก  หรือ มีความเห็นผิด  แต่...ความจริงไม่เคยเปลี่ยน




จะเห็นได้ว่า...ความจริงที่เกิดขึ้นแล้วนั้น จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง สิ่งที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา นั่นคือความคิด ความเห็น ของเรานั่นเอง (มันเกิดจากประสบการณ์ที่เราได้พบเจอ ได้ฟัง ได้เห็นมา แล้วจิตของเราปรุงแต่งร่วมด้วยจนทำให้เรารู้สึกพอใจในความคิดอันนั้น เราจึงเชื่อมั่นในความคิดของตนเองมากที่สุด จนบางครั้งก็ไม่ยอมรับฟังความเห็นของคนอื่นๆเลยก็เป็นได้)  ดังนั้นวางใจให้เป็นกลาง เราก็จะสามารถเห็นในบางมุมซึ่งเราอาจไม่เคยเห็นมาก่อน

 



ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2018-09-08 06:54:42




การตรวจสอบพระเครื่องอายุตั้งแต่ 100 ขึ้นไป ด้วยวิูธีธรรมชาติ (การหมักพระ - จนเกิดเห็ดเชื้อรา)

วิธีการนี้ผมได้มาจากลุงโอฬาร ทั้งขั้นตอนการทดลอง และวิธีการต่างๆ ลุงโอฬารเป็นผู้สรุปและรวบรวม โดยให้ผมถ่ายรูปและเรียบเรียงเป็นบทความอีกทีนึงครับ ผมเห็นว่ามีประโยชน์และน่าสนใจก็เลยนำมาแชร์กันครับผม

เข้าเว็บชมเว็บลุงโอฬารได้ที่นี่ครับ
http://oransin.com/detail.php?id_detail=240





พระเครื่องที่มีอายุเก่าๆมากตั้งแต่ 100 ปีขึ้นไป เช่นพระสมเด็จวัดระฆัง  , พระซุ้มกอ , พระผงสุพรรณ เป็นต้น  จะสามารถตรวจสอบเนื้อความเก่าของพระแท้ด้วยกรรมวิธีทางธรรมชาตินั่นคือ การหมักพระ เพื่อให้เกิดเห็ดเชื้อรา ซึ่งเห็ดเชื้อรานั้นก็สามารถเกิดขึ้นเองได้ตามธรรมชาติอยู่แล้ว ถ้าหากท่านใดเคยมีพระอายุเก่าเกิน 100 ขึ้นไป แล้วได้นำประมาห้อยคอบูชาตลอดๆทุกวันต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ ด้วยความชื้นของเหงื่อในร่างกายทำปฏิกิริยากับดินในองค์พระและอากาศก็มักจะทำให้ต้นเห็ดเล็กๆงอกออกมาได้




ซึ่งจากการสังเกต - ทางเราได้พบว่าเห็ดจะเกิดขึ้นกับพระเนื้อดินที่อายุเก่าเกิน 100 ปีขึ้นไปเท่านั้น ส่วนพระเนื้อดินที่อายุต่ำกว่านี้จะไม่สามารถมีโอกาสเกิดราเห็ดได้เลย

เห็ดที่เกิดจากเชื้อรา เกิดจากจุลินทรีย์บางชนิดที่ทำปฏิกิริยาโดยธรรมชาติกับดิน ความชื้น อุณหภูมิความร้อน และอากาศ แล้วก็ก่อตัวเป็นเห็ดขึ้นมา ความมหัศจรรย์ของเห็ดชนิดนี้จะพ่นใยออกมาคล้ายกับใยแมงมุม โดยเห็ดเชื้อรานี้จะเกิดเฉพาะกับดินที่มีความเก่าเท่านั้น



และเมื่อเห็ดเหล่านี้หมดอายุและได้ตายลงไปบนเนื้อพระ ก็จะทำให้เราเห็นซากใยของเห็ด หากไม่ได้มาการเช็ดหรือนำออก เวลาผ่านไปนานๆซากเห็ดเหล่านี้ก็จะฝังแน่นลงในเนื้อพระซึ่งทำให้พระที่เคยมีผิวเรียบเกิดเป็นร้อยเส้นใยบางๆหรือสีออกน้ำตาลๆติดอยู่ที่เนื้อพระ



วิธีการทดลองหมักพระ
- โอ่งดินเผาเล็กๆ
- ใบตองสด
- พระที่ต้องการทดสอบความเก่า


ให้เราเตรียมโอ่งดินเผา 1 ใบ แล้วนำใบตองสดวางรองก้นโอ่ง จากนั้นให้นำองค์พระเครื่องที่ต้องการทดสอบความเก่าวางลงไปที่ก้นโอ่งบนใบตอง แล้วเราทำการปิดฝาโอ่งโดยเปิดแง้มฝาโอ่งไว้เล็กน้อยพอประมาณ เพื่อให้อากาศถ่ายเทเข้าสู่ภายในโอ่งได้ จากนั้นนำโองไปวางในที่ร่มบริเวณที่แสงแดดอาจส่องถึงได้บ้าง เช่น ข้างหน้าต่าง , หน้าประตู เป็นต้น  จากนั้นให้เรารอวัดผลเป็นเวลา 3 เดือนขึ้นไป



ซึ่งเนื้อดินของพระแต่ละองค์ก็จะมีความแตกต่างกันไป เห็ดอาจจะขึ้นช้าบ้าง เร็วบ้าง ก็แล้วแต่เหตุปัจจัยและตัวแปรดังต่อไปนี้

ตัวแปร
ด้วยองค์ประกอบ ดินบนเนื้อพระ , ออกซิเจน , คาร์บอนไดร์ออกไซต์  , อุณหภูมิ , ความชื้น  , เป็นตัวแปรที่ทำให้เกิดเห็ด



ระหว่างขั้นตอนการทดลองนี้ คุณสามารถนำพระที่ต้องการทดสอบใส่ไปในโอ่งได้ทีละหลายๆองค์  นอกจากนี้คุณยังสามารถทดลองนำพระที่เพิ่งสร้างขึ้นโดยอายุไม่เกิน 100 ปีเข้าร่วมการทดสอบได้



เพราะพระที่สร้างขึ้นอายุไม่เกิน 100 ปี เห็ดเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ได้เกี่ยวกับพระอายุเก่าว่าแท้หรือปลอม

ซึ่งการทดสอบด้วยการหมักพระนี้ค่อนข้างตรงไปตรงมาโดยธรรมชาติ องค์ความรู้ต่างๆธรรมชาติจะเป็นผู้บอกความจริงให้กับคุณเอง โดยเราสามารถทดลองได้ด้วยตนเองที่บ้านง่ายๆตามขึ้นตอนที่ได้กล่าวมานี้








 



ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2018-06-18 19:28:16




เรื่องของพระเก่า และวาระการปลุกเสกพระของหลวงปู่ทิม จากคนบ้านค่าย ระยอง




เนื่องจากบทความนี้ผมไม่ได้เขียนเองนะครับ แต่ผมขออนุญาตนำข้อมูลจากเฟสบุคของสมาชิกท่านหนึ่งในกลุ่มอนุรักษ์เลือดบ้านค่าย ระยอง มาเผยแพร่ครับผม เพราะเนื้อหาค่อนข้างมีประโยชน์ต่อผู้ที่ต้องการศึกษาเกี่ยวกับวัตถุมงคลหรือพระเครื่องต่างๆของหลวงปู่ทิมครับ

เนื้อหาข้อมูลมีดังต่อไปนี้ครับ

สำหรับผู้ศึกษาใหม่ ต้องเริ่มต้นโดยการวิเคราะห์ข้อมูลใหม่ ลืมข้อมูลเก่าๆที่บิดเบือน มาอย่างยาวนาน

ต้องเลิกคิดว่า พระแท้ของหลวงปู่มีราคาแพง เป็นแสนเป็นล้าน
 

ต้องเลิกคิดว่า พระแท้ๆของหลวงปู่มีจำนวนการสร้างน้อย เพราะความจริงหลวงปู่สร้างพระไว้จำนวนมาก ส่วนใหญ่ถูกจำหน่ายจ่ายแจก ไปก่อนปี2515 ก่อนสร้างโบสถ์
 

ต้องเลิกคิดว่า พระแท้ๆ เป็นพระของใคร พระมาจากที่ไหน พระแท้ต้องดูที่รายละเอียดขององค์พระเท่านั้น ที่มาของพระคือส่วนประกอบ
 

ต้องเลิกคิดว่า หลวงปู่ปลุกเสกพระทุกรุ่นถึงปี17-18 เพราะความจริงในปี2517 หลวงปู่อายุ95 ชราภาพมาก อาพาธบ่อย ไม่มีแรงปลุกเสกพระเป็นพรรษา ( หลวงปู่ปลุกเสกพระแต่ละรุ่น ใช้เวลาอย่างน้อย 1 พรรษา )
 

ต้องเลิกคิดว่า ศิษย์ใกล้ชิดหรือศิษย์ครอบครู ตลอดจนชาวบ้านบางส่วน เป็นคนดีทุกคน
 

ต้องเลิกคิดว่า ข้อมูลเกี่ยวกับพระเครื่องของหลวงปู่ ที่ถูกเผยแผ่มากว่า 40 ปีนั้นคือความจริงทั้งหมด เพราะการปั่นราคาพระก็คือการบิดเบือนข้อมูลเพื่อให้ขายง่าย เพื่อให้คนเชื่อถือ โดยไม่สนใจความจริง


ต้องเลิกคิดว่า พระแท้ๆมีอยู่แต่บนห้างฯ มีอยู่แต่ในมือเซียน เพราะเรื่องจริงคือ พระแบบที่คนในพื้นที่เขามีกัน ย่อมคือพระแท้
 

และในที่สุดของที่สุด ต้องเลิกคิด ที่จะไว้ใจใคร ตราบใดที่อยู่กับคนพระเครื่อง ศึกษาหาข้อมูล แล้ววิเคราะห์ด้วยตัวเอง ด้วยความศรัทธา พบเจอพุทธคุณ แน่นอน





ขอขอบคุณเจ้าของรูปภาพ และผู้ที่เขียนถ่ายทอดองค์ความรู้ครับผม

ที่มา facebook : https://www.facebook.com/groups/375245112834640/?ref=nf_target&fref=nf


 



ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2018-06-14 09:28:48




ประสบการณ์ประกวดพระเครื่อง กลุ่มอนุรักษ์ขุนแผนผงพรายกุมารเลือดบ้านค่าย ปี15

ประสบการณ์ประกวดพระเครื่อง กลุ่มอนุรักษ์ขุนแผนผงพรายกุมารเลือดบ้านค่าย ปี15



ขอแชร์ประสบการณ์ประกวดพระเครื่อง กลุ่มอนุรักษ์ขุนแผนผงพรายกุ มารเลือดบ้านค่าย ปี15 ซึ่งเป็นประสบการณ์ในการนำพระเครื่องไปประกวดครั้งแรกของผม ซึ่งตื่นเต้นมากเนื่องจากผมก็สะสมพระขุนแผนมาระยะหนึ่งแล้วซึ่งปกติก็เป็นชาวบ้านธรรมดาไม่ได้คิดจะไปประกวดแข่งอะไรกับเขา

แต่ก็มีลูกค้าท่านหนึ่งมาเช่าพระขุนแผนผงพรายกุมารจากผมไปหลายองค์ แล้วเขาก็นำไปประกวดที่กรุงเทพ งานประกวดชื่ออะไรผมก็จำไม่ได้  ปรากฎว่าพระที่เช่าไปจากผมติดรางวัลทุกองค์ และได้ที่ 1 อยู่หลายองค์คนที่เช่าไปเค้าก็ Line มาบอกในช่วงวันงานด้วยความตื่นเต้น ว่าพระที่เช่าไปจากผมประกวดได้พระแท้รางวันที่ 1 และ 2 , 3  ตามลำดับ



โดยผมเองก็พลอยดีใจและตื่นเต้นไปกับเขาด้วย ซึ่งผมก็ไม่เคยคิดว่าพระที่ผมมีอยู่จะสามารถประกวดติดรางวัลที่ 1 ในงานประกวดใหญ่ๆ  จากนั้นผมก็เลยมีความคิดว่าเราน่าจะลองเอาพร ะไปประกวดดูบ้างซึ่งงานประกวดที่ใกล้เข้ามาผมได้ข่าวว่า จะมีงานประกวดเลือดบ้านค่ายกลุ่มอนุรักษ์ เลือดบ้านค่าย พระเครื่องขุนแผนผงพรายกุมารหลวงปู่ทิม ปี 15 ที่ในเขตบ้านค่ายจังหวัดระยอง

ผมจึงได้เดินทางไปประกวดในวันที่ วันที่อาทิตย์ที่ 4 มีนาคม 2561 ณ. หอประชุม โรงเรียนวัดไผ่ล้อม ต.บ้านค่าย อ.บ้านค่าย จังหวัดระยอง แต่ก็ไปแบบไม่รู้อะไร ประกวดพระไม่เป็น วันนั้นเตรียมพระไป 6-7 องค์


ผมได้เจอเพื่อนชาวต่างชาติที่เขาก็ศรัทธาหลวงปู่ทิมปี 15 แล้วเขาผ่านการเข้าร่วมงานประกวดมาหลายงาน เขาก็ได้อนุเคราะห์และสอนผมเกี่ยวกับขั้นตอนในการประกวดพระและวิธีส่งพระ ซึ่งวันนั้นทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี





ความรู้สึกของผมต่องาน กลุ่มอนุรักษ์พระเครื่องเลือดบ้นค่าย ชุดปี 15

เป็นงานประกวดพระเครื่องที่ผมให้ความประทับใจ เพราะเขาแฟร์มากๆ หากเราซื้อบัตรมาแล้วแต่ไปส่งให้กรรมการดูแล้วพวกเขาบอกไม่ผ่าน เราสามารถนำบัตรไปคืนเงินได้ด้วย

หรืออีกกรณีหนึ่ง เราไม่แน่ใจว่าพระเราส่งเข้าประกวดได้ไหม เราสามารถนำเอาพระไปให้กรรมดูก่อนได้ว่าส่งเข้าประกวดหรือส่งเอาใบเซอร์ได้ไหม ถ้าไม่ได้เขาก็จะบอกก่อนเพื่อจะได้ยังไม่ต้องไปซื้อบัตร

กรรมการเช็คพระมีหลายคนมากๆ แต่จะมีประธานของงาน อาจารย์ ดร.ภิเษก ศรีสวัสดิ์  ค่อยยืนสนุบสนุนกรรมการทั้งหลายอยู่ด้านห ลัง หากกรรมการคนไหนไม่มั่นใจสามารถหันไปถาม ดร.ภิเษก ได้หรือแม้แต่ชาวบ้านที่นำพระเข้าไปประกวดก็สามารถนำพระไปสอบถามท่านได้ก่อน ท่านก็เป็นกันเองและแนะนำให้ได้ว่าดูพระอย่างไร

และในขณะที่ผู้ประกาศออกไมค์เองก็ยังมีการพูดให้ความรู้ในการดูพระเครื่อง การดูตำหนิ การดูเนื้อ ของพระขุนแผนผงพรายกุมารและพระสมเด็จอีกด้วย

และตอนสุดท้ายของงาน พระผมได้ส่งเข้าประกวดทั้งหมด 4 องค์  ก็ได้ที่ 1 มาองค์นึง และที่เหลือก็ได้ใบเซอร์พระแท้

และนี้ก็เป็นเรื่องราวการประกวดครั้งแรกของผม ที่ทำให้ผมเข้าใจวิธีการและกฎกติกามารยาทและความเป็นกันเองในการประกวดพระเครื่องครับ ก็เลยนำมาเล่าสู่กันฟังครับผม














ขุนแผนผงพรายกุมาร พิมพ์ใหญ่ วัดระหารไร่ เนื้อชมพู มีบรอนด์ ประกวดได้รางวัลที่ 1 ของงานประกวดพระครื่องหลวงปู่ทิมในกลุ่มอนุรักษ์พระเครื่องเลือดบ้นค่าย ชุดปี 15 วันที่ 3 - 4 มีนาคม 2561 ณ. หอประชุม โรงเรียนวัดไผ่ล้อม ต.บ้านค่าย อ.บ้านค่าย จังหวัดระยอง











 



ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2018-03-27 15:12:50